กลับหน้าแรก อ่านประวัติ ขอเป็นเพื่อน ตั้งเป็นหน้าแรก เขียนบล็อก เมนูสมาชิก
 
somphop
หมวดหมู่
หมวดทั่วไป
บทความล่าสุด
เจ๋งดี... คิดได้ไงเนี่ย คนแก่ว้าเหว่ ลูกหลานไม่เหลียวแล กลิ่นอายความรัก อบอวนทั่วไทยในวันแห่งความรัก 2553 สองเด็กไทย ชนะเลิศจรวดขวดน้ำเอเชีย ความสุข ๒ ชั้น (ธรรมะเดลิเวอรี่) ดูทั้งหมด
รายชื่อเพื่อน
 
 
 
เว็บสานรัก | บล็อก | บล็อกของ somphop



นางลบ ชูรัตน์ อายุ 68 ปี เดินจูงมือนายอุดม หวังสุขกลาง อายุ 70 ปี ชายชราพิการตาบอด
ทั้งสองข้าง มาจดทะเบียนสมรสที่อำเภอเมือง นครราชสีมา ส่วนภาพขวาคือนายเนียน ปานจุ้ย
อายุ 88 ปี กับนางคง จากเกาะ อายุ 78 ปี คู่สมรสที่สวมเสื้อเหลืองแดง เป็นแบบอย่างของ
ความสามัคคีที่ต้องเกิดขึ้นในครอบครัว และต้องการให้ประเทศมีความสมานฉันท์
กลิ่นอายความรัก อบอวนทั่วไทยในวันแห่งความรัก 2553
เดลินิวส์ออนไลน์ 15 กุมภาพันธ์ 2553



“บางรัก” คึกคัก แห่จดทะเบียนสมรสแน่น 1,652 คู่ ครองแชมป์ตามฟอร์ม ต้อนรับ “วาเลนไทน์” หวาน กลิ่นอายความรักอบอวลทั่วไทย ผัวเมียเมืองนนท์โชคดี รับรางวัลบ้านมูลค่า 1.5 ล้านบาท “เลย” ขึ้นภูหลวงตีตราร่วมชีวิต “โคราช” รับใบทะเบียนสมรสหลวงพ่อคูณปลุกเสก “กาฬสินธุ์” จดทะเบียนลอดอุอุโมงค์ผันน้ำแห่งเดียวของไทย “สุราษฎร์ฯ” จัดวิวาห์หมู่แบบทาซาน โรยตัวตีทะเบียน “เชียงใหม่” คู่รักดนตรีไทยเศร้า จูงมือขึ้นอำเภอจดทะเบียนแต่แห้วเพราะกฎหมายไม่รองรับ “ปราจีนฯ” สมรสหมู่สาว 1,200 ปี จับคู่รักวัยดึกแต่งงาน เจ้าบ่าวเหนื่อยต้องเตะปี๊บ-ยกน้ำหนักโชว์พลัง

เมื่อวันที่ 14 ก.พ. “วันวาเลนไทน์” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลิ่นอายความรักอบอวลไปทั่วไทย แม้บรรยากาศทางการเมืองจะร้อนรุ่ม โดยคู่รักวัยรุ่นหนุ่มสาวต่างออกไปหาซื้อดอกกุหลาบ ตุ๊กตา และช็อกโกแลต มอบให้กันแทนความรักความห่วงใย ขณะที่ทุกจังหวัดของประเทศ บรรดาคู่รักต่างจูงมือกันไปจดทะเบียนสมรสตามที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงานเขต ขณะเดียวกันหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ได้จัดงานหรือกิจกรรมต้อนรับเทศกาลวันแห่งความรักด้วย โดยที่บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (บสก.) ถนนสุรศักดิ์ นายสุรเกียรติ ลิ้มเจริญ ผอ.เขตบางรัก ได้เลือกเป็นสถานที่รับจดทะเบียนสมรสและจัดกิจกรรมต่างๆในวันวาเลนไทน์ปีนี้ ภายใต้ชื่อ “บางรัก มรดกรักแห่งแผ่นดิน 2553” ตอนรัตนโกสินทร์แผ่นดินแห่งความรัก โดยได้รับการสนับสนุนจาก บสก.ที่ร่วมฉลองครบรอบ 12 ปีของการก่อตั้งบริษัท
   
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศชื่นมื่นคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า มีบรรดาคู่รักทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติทยอยเดินทางมายื่นคำร้องขอจดทะเบียนสมรสและเข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างเนืองแน่น ตั้งแต่เวลาประมาณ 05.00 น. แต่ก็มีหลายรายที่เดินทางมารอตั้งแต่ช่วงหัวค่ำวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อหวังได้รับรางวัลต่างๆที่บริษัทจัดสรรไว้สำหรับคู่รักผู้โชคดี เช่น การจับสลากชิงแผ่นทะเบียนสมรสทองคำ 12 แผ่น ที่จะจับรางวัลกันทุกๆ 1 ชั่วโมง พิธีแห่ขันหมากจากโรงแรมฮอลิเดย์อินมาที่อาคาร บสก. พิธีแต่งงานให้คู่รักที่ผ่านการคัดเลือก 12 คู่ เปิดเวทีเสวนาให้ความรู้ และเทคนิคการครองคู่จากคู่รักดาราและนักบริหาร “ปิ๊บ-รวิชญ์ เทิดวงส์” และนางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯ กทม. ขณะที่นักร้องสาวสวยสไตล์อาร์แอนด์บี “ลีเดีย” ก็ควงคู่แฟนหนุ่ม “แมทธิว ดีน” มาเล่าเรื่องราวความรักให้ฟังด้วย พร้อมกับมีการจับรางวัลพิเศษทาวน์เฮาส์ พร้อมเฟอร์นิเจอร์ และเครื่องปรับอากาศมูลค่า 1.5 ล้านบาทย่านหนองแขม 1 หลัง
   
กระทั่งเวลา 06.00 น. จึงมีการเปิดรับคำร้องขอจดทะเบียนสมรส โดยทุกคู่ที่ลงทะเบียนก่อนเวลา 07.00 น. จะมีสิทธิลุ้นรับแผ่นทะเบียนสมรสทองคำแผ่นแรก ปรากฏว่ามีคู่รัก 475 คู่ที่มีสิทธิลุ้นรับรางวัลนี้ แต่สุดท้ายคู่ของกันต์พจน์ อินทรภักดิ์ อายุ 45 ปี และ น.ส.ทาริกา ยืนนาน อายุ 26 ปี ที่ได้บัตรคิวหมายเลข 313 เป็นคู่โชคดีได้รับรางวัลทะเบียนสมรสทองคำไปครองเป็นคู่แรก โดย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งเดินทางมาเป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการในเวลา 09.40 น. เป็นผู้มอบให้ พร้อมเป็นประธานพิธีแต่งงานแบบไทยให้กับคู่รัก 12 คู่ ที่ผ่านการคัดเลือกจากคู่รักกว่า 60 คู่ ซึ่งส่งประวัติเข้ามาประกวด
   
สำหรับพิธีเริ่มตั้งแต่แห่ขันหมาก ประตูเงินประตูทอง พิธีสินสอดทองหมั้น พิธีสวมมาลัยมงคลและพิธีรดน้ำสังข์ โดยระหว่างทำพิธีมีการจับหมายเลขผู้โชคดีจาก 12 คู่ เพื่อรับทะเบียนสมรสทองคำ ซึ่งคู่ที่ 9 คือ นายไพฑูรย์ แตงอ่อน อายุ 47 ปี กับ น.ส.เฉลิมรัตน์ อาศัยผล อายุ 34 ปี คว้ารางวัลไปครอง สำหรับสินสอดในพิธีวิวาห์ครั้งนี้ มีเงินสินสอด 5.9 ล้านบาท และโฉนดที่ดิน 2 แปลง มูลค่า 10 ล้านบาท นายอูเวอร์ เวสเซอร์ และ น.ส.พิชญา เวสเซอร์ อายุ 39 ปีเท่ากัน หนึ่งในคู่ที่เข้าร่วมพิธีแต่งงานแบบไทยแท้ กล่าวเปิดใจว่า รู้จักกันทางอินเทอร์เน็ต โดยฝ่ายชายเป็นชาวเยอรมัน และได้เข้าดูข้อมูลส่วนตัวของฝ่ายหญิงจนเกิดถูกใจ และทำความรู้จักกันเรื่อยมา ก่อนตกลงปลงใจร่วมชีวิตกัน และการเข้าพิธีแต่งงานแบบไทยๆเพราะเชื่อว่าจะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
   
ส่วนคู่ของ ส.อ.หญิง สุคนธา วงษ์สงวน หรือหนึ่ง อายุ 37 ปี อดีตมือคีย์บอร์ดชื่อดัง วงเอ็กซ์วายแซด กับนายธนิสร กบอู อายุ 34 ปี ที่รู้จักกันมานาน 20 ปี เพราะบ้านอยู่ติดกันและบิดารับราชการทหารเหมือนกัน ก็เข้าร่วมพิธีแต่งงานด้วย โดยให้เหตุผลว่า จดทะเบียนสมรสและแต่งงานที่นี่เพื่อความเป็นสิริมงคล แถมยังได้ลุ้นทะเบียนสมรสทองคำด้วย แต่ที่ฮือฮาคือคู่ของนาย กฤษต อภัยนอก อายุ 29 ปี และ น.ส.จิราวดี สุกใส 27 ปี ที่มีพยานรักเป็นลูกแฝด 2 ท้อง รวม 4 คน ซึ่งอยู่กินกันมาเกือบ 10 ปี แต่ยังไม่ได้แต่งงานกันอย่างเป็นทางการ ก็หอบลูก ๆ ทั้ง 4 คนที่อายุยังไม่ถึง 2 ขวบ มาจดทะเบียนสมรสและเข้าพิธีวิวาห์ด้วย
   
ส่วนกิจกรรมอีกอย่างที่น่าสนใจคือ การแข่งขัน “อุ้มเจ้าสาว บอกรัก” จัดโดยบริษัทไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด หนึ่งในผู้สนับสนุน เพื่อเฟ้นหาคู่รักจอมฮึด หรือเจ้าบ่าวที่อุ้มเจ้าสาวได้นานที่สุด ปรากฏว่าคู่ของ น.ส.บุศรินทร์ รักษ์สุรวงศา อายุ 32 ปี และนายชัยณรงค์ วรรณสันทัด อายุ 39 ปี คว้ารางวัลที่ 1 ทริปฮันนีมูนที่เกาะ มัลดีฟส์ มูลค่า 100,000 บาท ไปครอง หลังฝ่ายชายอุ้มเจ้าสาวได้นาน 18 นาที กระทั่งเวลา 17.00 น. มีการจับสลากรางวัลพิเศษเป็นทาวน์เฮาส์ พร้อมเฟอร์นิเจอร์ และเครื่องปรับอากาศมูลค่า 1.5 ล้านบาท ย่านหนองแขม โดยคู่ของนายจตุพล และนางธนิดา อาภาวุฒิชัย คู่สามีภรรยาจาก จ.นนทบุรี ซึ่งฝ่ายหญิงตั้งครรภ์ได้ 4 เดือน คว้ารางวัลนี้ไปครอง
   
ขณะเดียวกัน สำนักงานเขตอื่นๆในกรุงเทพฯ ก็จัดกิจกรรมต้อนรับวันวาเลนไทน์ได้คึกคักไม่แพ้กัน นอกจากการเปิด จดทะเบียนสมรส อาทิ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย จัดกิจกรรม “รักยืนยงที่ป้อมปราบศัตรูพ่าย” ชิงรางวัลบัตรห้องพักโรงแรมพร้อมอาหารเช้าจากโรงแรมรอยัลปริ๊นเซส และโรงแรมปรินซ์พาเลซ รับวัตถุมงคลจากวัดเทพศิรินทร์ฯ ขนม-ของขวัญ Valentine Package จากลิตเติ้ลโฮม เบเกอรี่, เขตหลักสี่ มีบริการรถรางนำคู่สมรสไปไหว้หลวงปู่ขาว เกจิชื่อดังอดีตเจ้าอาวาสแห่งวัดหลักสี่ 
   
ส่วนเขตปทุมวัน ร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย บจก.เอ็น.พี.ริตี้ และบจก.บลู ไมเนอร์ กรุ๊ป จัดเทศกาล “รถไฟ สยามแห่งรัก 365 ปทุมวัน ฉันรักเธอ” ลานกิจกรรมสถานีรถไฟหัวลำโพง ชานชาลาที่ 4-5 นำคู่รักเดินทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-สวนสนประดิพัทธ์ (หัวหิน) โดยขบวน รถไฟสายใต้ พร้อมถ่ายภาพครั้งแรกของประวัติศาสตร์รถไฟไทย และเขตภาษีเจริญ จัดกิจกรรมภายใต้ชื่องาน “วิวาห์ท่ามกลางสายน้ำ 5 แผ่นดิน” ใช้เรือนไทยในตลาดน้ำวัดนิมมานรดี คลองภาษีเจริญ ซึ่งมีบรรยากาศบ้านโบราณอายุไม่น้อยกว่า 100 ปี เป็นที่จดทะเบียนสมรส 19 คู่แรกจะได้รับของชำร่วยเป็นเรือไม้สักจำลอง และนั่งเรือชมคลองพร้อมไหว้พระที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ
   
นายยศศักดิ์ คงมาก ผอ.สำนักงานปกครองและทะเบียน กทม. เปิดเผยว่า สรุปยอดจดทะเบียนสมรสของทั้ง 50 สำนักงานเขตในกรุงเทพฯ มีทั้งสิ้น 3,155 คู่ เขตบางรักมากที่สุด 1,652 คู่ ส่วนเขต บางกะปิและบางคอแหลม น้อยที่สุด เพราะไม่มีคู่รักไปจดทะเบียนสมรสเลย เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2552 มีการจดทะเบียนสมรส 2,930 คู่ เขตบางรักมากที่สุดเช่นกันคือ 919 คู่ ส่วนเขตพระโขนงและหนองจอก ไม่มีคู่รักมาจดทะเบียนสมรสเลย ผู้สื่อข่าวรายงาน หลังการปิดรับคำร้องขอจดทะเบียนของทางเขตบางรัก ความจริงมียอดคำร้องที่ 1,800 คู่ แต่ที่ยอดจดทะเบียนเพียง 1,652 คู่ เนื่องจากเอกสารไม่ครบ และบางคู่กลับบ้านก่อนเพราะเห็นคนเยอะไม่อยากรอคิว 
   
ส่วนที่ จ.นครราชสีมา ทางอำเภอด่านขุนทด มีการมอบทะเบียนสมรสที่หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เกจิชื่อดังแห่งวัดบ้านไร่ แผ่เมตตาอธิษฐานจิตปลุกเสก กับด้ายมงคลให้บรรดาคู่รัก 92 คู่ ที่มาจดทะเบียนสมรส รวมทั้งเหรียญฉลองวันเกิดครบรอบ 84 ปี ของหลวงพ่อคูณ และน้ำตาลทรายขาวเพื่อเพิ่มพูนความรักความหวานให้แก่กันด้วย ส่วนที่อำเภอเมืองนครราชสีมา นายเทียน พานจุ้ย คุณตาวัย 89 ปี สวมเสื้อสีแดง ควงนางคง จากเกาะ วัย 77 ปี ที่สวมชุดสีเหลือง มาจดทะเบียนสมรสด้วย หลังอยู่กินกันมากว่า 60 ปี โดยทั้งคู่ต้องการสื่อให้เห็นว่า แม้ต่างสีแต่ก็รักกันและอยู่ร่วมกันได้ ขณะที่ นายฉลองรัตน์ กลยนีย์ อายุ 43   ปี ก็ควงนางสมหมาย ขาวมะเริง มาจดทะเบียนสมรส โดยสร้างสีสันด้วยการแต่งตัว เป็นเงาะป่ากับรจนา
   
ขณะที่ จ.เชียงใหม่ น.ส.พัธรินทร์ ยะอนันต์ เจ้าของร้านหมูจุ่ม วัย 40 ปี ควงแขน น.ส.กันยากร พชรกองลำกุล เจ้าของร้านสปา วัย 33 ปี สร้างความฮือฮาด้วยการสวมชุดแต่งงานขึ้นอำเภอเมืองเชียงใหม่ ขอจดทะเบียนสมรส แต่ต้องผิดหวัง ทางอำเภอทำให้ไม่ได้เพราะกฎหมายไทยยัง  ไม่รองรับเรื่องหญิงแต่งหญิง ส่วนที่สวนสัตว์เชียงใหม่ มีพิธีต้อนรับ “กาลิ” แรดอินเดียตัวเดียวในประเทศไทย ที่ถือเป็นสัตว์พระราชทาน พร้อมส่งมอบความรักให้ ขณะที่รอบสวนสัตว์ถูกตกแต่งด้วยดอกกุหลาบหลากสีสัน ที่บึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ มีการจัดพิธีงานมงคลสมรสแบบจีนขึ้นระหว่าง นายธีรเดช และ น.ส.กอแก้ว ซึ่งเป็นเต่าพันธุ์ไทย และจดทะเบียนสมรสใต้น้ำให้แก่คู่บ่าว-สาว 7 คู่ ภายในอุโมงค์พันธุ์ปลาน้ำจืดหรืออควอเรียมด้วย
   
ส่วนที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัทยาบีช ถนนเลียบชายหาดพัทยา จ.ชลบุรี นายวุฒิชัย มีการเปิดงาน Inlove Festival @ CentralFestival Pattaya Beach หรืองาน “วิวาห์ลอยฟ้า” โดยให้คู่บ่าวสาวชาวไทยและต่างชาติ 5 คู่ ขึ้นร่มชูชีพลากด้วยเรือไปวิวาห์กันบนท้องฟ้า ก่อนจะลงมารับทะเบียนสมรสจากนายทะเบียน และที่นาราวดี สปารีสอร์ท อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี มีการจัดงาน “จดทะเบียนสมรสหมู่ สาว 1,200 ปี “โดยนำคู่บ่าวสาวสูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 10 คู่ อายุรวมกัน 1,200 ปี ที่ใช้ชีวิตร่วมกันมายาวนาน แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส มาจดทะเบียนสมรสกัน เพื่อเป็นแบบอย่าง ให้เยาวชนรุ่นหลังมีความรักความผูกพันต่อสถาบันครอบครัว โดยก่อนเข้าพิธีฝ่ายเจ้าบ่าวต้องทดสอบสมรรถภาพด้วยการเตะปี๊บและยกน้ำหนักก่อน บรรยากาศสนุกสนานคึกคัก
   
ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี มีคู่รักเดินทางมาจดทะเบียนสมรสกว่า 100 คู่ พร้อมรับของกำนัลและรางวัลต่างๆในจำนวนนี้มีนายโกมล จันทพราม อายุ 44 ปี เจ้าของร้าน นครศรี ซีฟู้ดส์ ย่านถนนราชพฤกษ์ ที่ควงภรรยาคือนางกานดา บุญฤทธิ์ อายุ 41 ปี มาจดทะเบียนสมรสด้วย พร้อมเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2528 หรือ 25 ปีที่แล้ว รักชอบกันแต่ผู้ใหญ่ไม่เห็นด้วย จึงหอบเสื้อผ้าหนีไปใช้ชีวิตร่วมกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขจนมีวันนี้ และมีพยานรักถึง 3 คน วันนี้จึงพาภรรยามาจดทะเบียนเพื่อพิสูจน์รักแท้ ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามผู้สื่อข่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” ว่า ได้ให้ของขวัญวันวาเลนไทน์กับภรรยา เป็นดอกไม้กับบัตรอวยพร

ที่ จ.สุพรรณบุรี มีนักท่องเที่ยวและหนุ่มสาวเดินทางมาเที่ยวชมอุทยานมังกรสวรรค์ ศาลเจ้าพ่อเสือหลักเมืองสุพรรณบุรี จำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีคู่รักเดินทางมาจดทะเบียนสมรสที่บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติด้วย ส่วนที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เป็นประธานในพิธีจดทะเบียน สมรสหมู่ 77 คู่รักมหามงคล ในงานหัตถศิลป์แห่งรักสร้างสรรค์ ที่หอเครื่องทองไทย ศูนย์ศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) อ.บางไทร
 

 
อ่านทั้งหมด 403 ครั้ง
ความคิดเห็น ( 0)
ปรับปรุงล่าสุด 15 กุมภาพันธ์ 2553
 

จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 15 ประเทศเช่น ญี่ปุ่น อินเดีย มาเลเชีย และโคลัมเบีย


2 เด็กไทยเจ๋ง ชนะเลิศจรวดขวดน้ำเอเชียฯ เอาชนะคู่แข่งโลก 50 คนจาก
15 ประเทศ

ข่าวจากมติชนออนไลน์  24 มกราคม 2553

นายพิชัย สนแจ้ง ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี (วท.) กล่าวเมื่อวันที่ 24 มกราคม ถึงผลการแข่งขันจรวดขวดน้ำเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 16 (APRSAF-16 Water Rocket Event) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 23-24 มกราคม 2553 ที่ อพวช. คลองห้า
จ.ปทุมธานี โดยประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเป็นครั้งแรก โดยมีเยาวชนอายุตั้งแต่ 12-16 ปีเข้าร่วมกว่า 50 คน จาก 15 ประเทศ อาทิ บังคลาเทศ กัมพูชา โคลัมเบีย อินเดีย มาเลเซีย ญี่ปุ่น และไทย ว่านับเป็นเรื่องน่ายินดีอีกครั้งกับความสามารถของเด็กไทย ที่สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันจรวดขวดน้ำเอเชียแปซิฟิกครั้งที่ 16 โดยผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศได้แก่

นายศฤงคาร ทองแท้ หรือแบงค์ อายุ 16 ปี นักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนจุ๋งฮัวโซะเซียว จ.ตรัง สามารถยิงจรวดขวดน้ำได้ในระยะทาง 0.06 เมตรจากจุดศูนย์กลางของเป้า ถือว่าแม่นยำที่สุด

นายพิชัย กล่าวว่า ส่วนรางวัลชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ นายฮี เจียง ตัน อายุ 15 ปี จากโรงเรียน Dunearn Secondary School ประเทศสิงคโปร์ ยิงจรวดขวดน้ำได้ในระยะทาง 0.26 เมตรจากจุดศูนย์กลางของเป้า ส่วนรางวัลชนะเลิศอันดับ 3 เป็นของไทยอีก ได้แก่ นายสุทธิพงษ์ รุ่งรักษ์ อายุ 16 ปี โรงเรียนจุ๋งฮัวโซะเซียว จ.ตรัง เช่นกัน สามารถยิงจรวดขวดน้ำได้ในระยะทาง 2.08 เมตรจากจุดศูนย์กลางเป้าหมาย โดยทั้งหมดจะได้รับถ้วยรางวัล พร้อมเกียรติบัตร ขณะที่ผู้เข้าร่วมการแข่งขันคนอื่นๆ จะได้รับเกียรติบัตรเพื่อเป็นที่ระลึกด้วย

ผู้อำนวยการ อพวช. กล่าวอีกว่า ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เด็กไทยได้รับรางวัลชนะเลิศ เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยได้รับรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันจรวดขวดน้ำที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2549 และครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สอง อย่างไรก็ตาม การแข่งขันดังกล่าวแม้จะไม่มีเงินรางวัล แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้เข้าร่วมทุกคนจะได้รับคือการเรียนรู้วิทยาศาสตร์อย่างง่าย โดยใช้อุปกรณ์ราคาถูกไม่ถึง 50 บาท ที่สำคัญยังได้แลกเปลี่ยนความรู้ ทักษะ และกระบวนการคิดในการประดิษฐ์จรวดขวดน้ำของประเทศอื่นๆ รวมทั้งทักษะการเรียนรู้ดังกล่าวยังเป็นพื้นฐานนำไปสู่อาชีพในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นวิศวกร นักวิทยาศาสตร์ด้านเทคโนโลยีอวกาศ หรืออาจไปสู่ความฝันของการเป็นนักบินอวกาศก็เป็นได้ เนื่องจากหลักการพื้นฐานของการขับเคลื่อนจรวดขวดน้ำ ไม่ได้แตกต่างจากเครื่องบินอวกาศเลย

“หวังว่ากิจกรรมที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จะพิสูจน์ศักยภาพเทคโนโลยีด้านจรวดขวดน้ำของไทยในระดับนานาชาติ ซึ่งที่ผ่านมาเยาวชนไทยเคยได้รับรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันดังกล่าวที่ญี่ปุ่นมาแล้ว ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กหันมาสนใจวิทยาศาสตร์มากขึ้น” นายพิชัย กล่าว

ด้านนายศฤงคาร กล่าวว่า รู้สึกดีใจกับรางวัลที่ได้รับ และอยากให้ภาครัฐสนับสนุนให้เด็กไทยหันมาเล่นจรวดขวดน้ำมากกว่านี้ เพราะเป็นกิจกรรมที่ดีในการปลูกฝังให้สนใจวิทยาศาสตร์มากยิ่งขึ้น ดีกว่าไปเล่นเกมส์ ติดยาเสพติด หรือทะเลาะวิวาท ซึ่งไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย

 

 
อ่านทั้งหมด 375 ครั้ง
ความคิดเห็น ( 0)
ปรับปรุงล่าสุด 27 มกราคม 2553
 

รายการ 3 - 4 จากทั้งหมด 5 บทความ
1  |  2 |  3  | 
 
 
Blogger Profile
ดูทั้งหมด | ความคิดเห็น
ปรับปรุงล่าสุด 2010-07-16 12:15:04
 
อัลบั้ั้มภาพล่าสุด

หล่อรักเด็ก ...
ดูทั้งหมด