กลับหน้าแรก อ่านประวัติ ขอเป็นเพื่อน ตั้งเป็นหน้าแรก เขียนบล็อก เมนูสมาชิก
 
nutnicha
Blogger Profile
ดูทั้งหมด | ความคิดเห็น
ปรับปรุงล่าสุด 2010-03-08 15:59:47
 
หมวดหมู่
หมวดทั่วไป
 
บทความล่าสุด
หลักเจ็ดพลังสุขภาพจิต 82 ปี ชีวิตสมรส!! 10 กิจกรรมสำคัญ ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน วิธีสร้างความสุข แบบสาวโสด เติมความสวยให้เรียวปาก กระเพาะปัสสาวะอักเสบ เป็นอย่างไร บรรเทาอาการปวดหัวอย่างง่ายๆ สอนลูกทำการบ้าน 14 เรื่องควรทำก่อนแต่งงาน..คุณพร้อมที่จะแต่งงานหรือยัง? สร้างความเข้าใจด้วยคำพูดดีๆที่มีให้ลูก เลือกชุดให้เหมาะกับเจ้าบ่าว เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เจ้าสาวควรอ่าน อย่างไรจึงจะเรียกว่าครอบครัวอบอุ่น? รู้ไว้เพลงแบบไหน ห้ามร้องงานแต่งงาน บุคลิกของผู้หญิงที่ควรเลือกเป็นภรรยา ดูทั้งหมด
 
อัลบั้ั้มภาพล่าสุด
รอใส่อัลบัมภาพ
 
 
http://www.sarnrak.net | บล็อก | บล็อกของ nutnicha
อย่างไรจึงจะเรียกว่าครอบครัวอบอุ่น?

   



 

 

 

 อย่างไรจึงจะเรียกว่าครอบครัวอบอุ่น?


ทุกวันนี้ สังคมแห่งความเป็นไทยที่เต็มไปด้วยวงวานว่านเครือกำลังเลือนหายไป เหลือเพียง "ครอบครัวเดี่ยว" คือ พ่อ แม่ ลูก เท่านั้น

เมื่อสังคมเต็มไปด้วยการแข่งขัน พ่อแม่ต้องช่วยกันทำมาหากิน ลูกอาจจะอยู่กับคนรับใช้หรือสถานรับเลี้ยงเด็ก เวลาที่จะอยู่ร่วมกันย่อมมีน้อยลง ปัญหาที่หลายคนกำลังสงสัยก็คือ แล้วอย่างนี้เราจะหาความอบอุ่นในครอบครัวจะหาได้อย่างไร? คำตอบคือการสร้างบรรยากาศภายในบ้านนั่นแหละที่ทุกครอบครัวสามารถสร้างได้ โดยที่ใครๆก็ยากที่จะลอกเลียนแบบ

สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่น และประชาธิปไตย มีส่วนสำคัญยิ่งในการกระตุ้นการพัฒนาเด็ก อาทิ การเปิดโอกาสให้เด็กแสดงความคิดเห็น ให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ โดยที่ผู้เป็นพ่อแม่อาจจะต้องเสียเวลาสักนิดที่จะอธิบายให้เด็กรู้ว่า ทำไมจึงต้องทำอย่างนั้น บรรยากาศเช่นนี้ นักวิชาการด้านแม่และเด็กบอกว่าสามารถเพิ่มไอคิวได้ประมาณ 8 หน่วย แต่อย่าเพิ่งคิดเลยเถิดไปว่าเราจะปล่อยให้ลูกคิดจะทำอะไรโดยเสรีไร้ขอบเขตหรอกนะ เพียงแต่กำหนดกรอบกว้างๆไว้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อที่จะสร้างความมั่นใจให้กับเด็กไว้แต่เนิ่นๆ ในยามที่เขาต้องเผชิญกับโลกภายนอก

กิจกรรมการมีส่วนร่วม มีส่วนในการตัดสินใจ เพื่อพัฒนาให้ลูกรู้จักคิด เป็นกลยุทธ์ชั้นยอดที่พ่อแม่ต้องเตรียมไว้ให้พร้อมทุกครั้งที่มีโอกาส และต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานที่มาจากความรัก ความเป็นเหตุเป็นผล ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเด็กจะไม่เกิดความรู้สึกขัดขืน เมื่อรู้ว่าพ่อแม่จะตัดสินใจแทนเขาในยามที่จำเป็นเท่านั้น ซึ่งจะต่างกับเด็กที่ถูกบังคับให้เชื่อฟัง ที่มักเกิดความรู้สึกจะต่อต้าน ซึ่งตรงนี้จะสังเกตได้ง่ายจากพฤติกรรม "ทำ" และ "ไม่ทำ" 

สิ่งที่ต้องไม่ลืมคือ พ่อแม่เป็น"ครูคนแรก"ของลูก ซึ่ง"ครู"ในนิยามนี้ไม่ได้หมายถึงการสอนหนังสือ แต่เป็นการทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง ดังนั้นจึงต้องกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ ต้องมีทั้งชวนพูดคุย และต้องตั้งใจฟังให้เป็นธรรมชาติที่สุด ส่วน "ลูกศิษย์" ก็ไม่มีแรงกดดัน เพราะเขาเพียงแต่แข่งขันกับตนเองเท่านั้น ไม่ได้แข่งขันคนอื่น ที่สำคัญคือไม่ต้องกลัวว่าจะทำผิดและไม่มีปิดเทอม

สุดยอดของกลยุทธ์คือคำชมเชยเมื่อถึงเวลาอันสมควร ตรงนี้จะช่วยในการพัฒนาเด็กอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่ควรที่จะชมอย่างพร่ำเพรื่อ และที่ต้องคำนึงมากที่สุดก็คือ อย่าไปตั้งมาตรฐานสูงเกินไปนัก เพราะจะทำให้เด็กท้อถอยได้ เอาเป็นว่าคุณมั่นใจในความสามารถของเขานั่นแหละ ได้เท่าไรก็เท่านั้น ความมั่นใจในตัวเองของลูกเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าทุกครอบครัวสามารถสร้างสภาพแวดล้อมได้อย่างนี้ ปัญหาต่างๆภายในครอบครัวก็จะไม่เกิดขึ้น ส่งผลให้ครอบครัวไทยและเมืองไทยแข็งแรง
   
   
   


 

 
อ่านทั้งหมด 728 ครั้ง
ความคิดเห็น 0 ความคิดเห็น
ปรับปรุงล่าสุด 10 มิถุนายน 2552
 
ร่วมแสดงความคิดเห็น :
1. สงวนสิทธิ์สำหรับสมาชิกของเว็บ เท่านั้น
2. ขอความกรุณาใช้คำพูดสุภาพ เคารพสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น
กรุณาใส่รหัสพิเศษ
ตัวเลขจากภาพ :