กลับหน้าแรก อ่านประวัติ ขอเป็นเพื่อน ตั้งเป็นหน้าแรก เขียนบล็อก เมนูสมาชิก
 
bangkoksweet
Blogger Profile
ดูทั้งหมด | ความคิดเห็น
ปรับปรุงล่าสุด 2010-09-07 09:49:04
 
หมวดหมู่
อาหารการกิน หมวดทั่วไป
 
บทความล่าสุด
ช่างกลตีกัน พ่อแม่อยู่ไหน? ลูกชายคนหนึ่ง... เขียนถึงแม่ การศึกษาคือคำตอบของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เด็กๆก็ทำอะไรไม่ใช่เด็กได้เหมือนกัน การฝึกวินัยเชิงบวกให้ลูก คำถามสนุก ฟุตบอลโลก 2010 อาหารให้โทษ ฟุตบอลโลก 2010 สนับสนุนการศึกษาเพื่อเด็กด้อยโอกาส สิ่งดีๆจากเอไอเอสเพื่อคุณ มีนาคม 2553 น้ำบลูเบอร์รี่-องุ่นช่วยความจำดีขึ้น เอไอเอส จัดหาสิ่งดีๆเพื่อคุณ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2553 แคดเมี่ยม-ตะกั่ว ในของเล่นเด็ก อภิมหาภัยร้ายอันตราย สาว 22 กับโรคนางเอก เด็ก 7 ขวบ หาเงินบริจาคให้ผู้ประสบภัยในเฮติได้กว่าสองล้านบาทภายในวันเดียว เงินหกหยวน ดูทั้งหมด
อัลบั้ั้มภาพล่าสุด

ไปเที่ยวเขาใหญ่ ฝนตกทั้งวัน แม่และลูกสาวกอดกันตัวกลมบ่นว่าหนาว...


ไปทานข้าวกลางวันกับคุณปู่คุณย่า


เวียนเทียนที่วัดช่องนนทรี วันลอยกระทง ๒๕๕๒


สาวน้อยนักเซิ้ง อายุเพียง 4 ขวบ


พ่อไปนั่งฝั่งโน้น กระดกหนูหน่อย
ดูทั้งหมด
 
รายชื่อเพื่อน
 
 
 
เว็บสานรัก | บล็อก | บล็อกของ bangkoksweet



พ่อแม่ทุกคนหวังดีต่อลูก พยายามเฝ้าสอนลูกให้มีวินัยในการรับประทานอาหาร ทำการบ้าน เก็บของที่เล่นแล้วเข้าที่ ฯลฯ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการฝึกวินัยที่ผิดอาจส่งผลรุนแรงต่อเด็กมากกว่าที่คุณคิด

       
  ลูกไม่ใช่ที่ระบายอารมณ์ของพ่อแม่
คู่มือสำหรับผู้ปกครองและคุณครู
เพื่อฝึกระเบียบวินัยเชิงบวกให้ลูก

เขียนโดย Katharine C. Kersey
   
       
    เรียนรู้การเป็นพ่อแม่และคุณครูที่ดี
    เด็กๆเกิดมาบนโลกนี้ในสภาพที่ช่วยตัวเองไม่ได้ พวกเขาจะไม่สามารถเจริญเติบโตได้เลยถ้าไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแล ดังนั้นงานของเราคือให้ความรัก การเลี้ยงดู และสอนให้เขารู้จักการใช้ชีวิตที่เหมาะสม

    คำว่า “ระเบียบวินัย” หมายถึงการสอนและฝึกอบรม พ่อแม่และคุณครูต้องทำตัวให้มีระเบียบวินัย มีทักษะดีพอที่จะนำพาลูกไปสู่ความสำเร็จ นั่นคือฝึกเด็กให้สามารถควบคุมตัวเองและกำหนดบรรทัดฐานในการดำรงชีวิต

    มีสองสามวิธีที่พ่อแม่ส่วนใหญ่นิยมใช้เพื่อ “จัดการ” กับความประพฤติของลูก วิธีที่หนึ่งคือใช้กำลังบังคับ วิธีที่สองคือขู่ให้เด็กกลัว และวิธีที่สามคือลงโทษ พ่อแม่ที่ใช้วิธีดังกล่าวมักมีความคิดว่าตนเอง “มีอำนาจเหนือกว่าเด็ก” คิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ที่จะใช้ความเป็นพ่อแม่บังคับลูกให้ทำตามที่ตนต้องการได้ ดูเผินๆเหมือนพ่อแม่กำลังฝึกระเบียบวินัยให้กับเด็ก แต่อันที่จริงแล้วการกระทำดังกล่าวกลับทำให้เด็กโกรธ ไม่พอใจ หวาดกลัว และสุดท้ายยอมทำตามเพราะถูกบังคับ 

    ยังมีอีกวิธีหนึ่งสำหรับฝึกเด็กให้มีวินัย ถึงแม้จะไม่เห็นผลทันตาเห็นแต่มันก็เป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่า เป็นธรรมชาติกว่า และมีมนุษยธรรมมากกว่าวิธีอื่น การฝึกวินัยเด็กด้วยวิธีนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าโดยธรรมชาติแล้วเด็กทุกคนเป็นคนดี ยุติธรรม และซื่อสัตย์ และเมื่อถึงเวลาที่สุกงอมเด็กๆจะสามารถตอบสนองต่อบุคคลหรือการกระทำที่เขาเห็นว่าเป็นคนดี ยุติธรรม และซื่อสัตย์ได้อย่างเหมาะสม  วิธีนี้เรียกว่าการปฏิบัติกับเด็กด้วยความเคารพและเอาใจใส่ (to treat the children with respect) พ่อแม่และคุณครูปฏิบัติกับเด็กเสมือนหนึ่งว่าเขาเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีค่าเท่าเทียมผู้ใหญ่ คุณอยากให้เขาแสดงความเคารพต่อตัวคุณ ต่อตัวของเขาเอง และต่อผู้อื่นอย่างไร คุณก็ต้องแสดงความเคารพกับเขาแบบเดียวกัน

    บทความเรื่อง "ลูกไม่ใช่ที่ระบายอารมณ์ของพ่อแม่" (Don’t Take It out On Your Kids) เป็นความพยายามของผู้เขียนที่จะชี้ให้เห็นว่า พ่อแม่สามารถสอนลูกให้เชื่อฟังและมีระเบียบวินัยได้โดยไม่ต้องอาศัยความเป็นผู้ใหญ่มาบังคับ เคี่ยวเข็ญ ขู่ให้กลัว หรือคาดโทษเด็ก ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการสร้างวินัยเชิงบวกด้วยการส่งเสริมพฤติกรรมด้านดีๆของเด็ก ขณะเดียวกันก็ควบคุมพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมให้ลดน้อยลง จะช่วยทำให้ปัญหาผู้ใหญ่ทำร้ายเด็ก (child abuse) และปัญหาเด็กถูกทอดทิ้งลดน้อยไปจากสังคม
           
เราจะเลี้ยงลูกแบบเคารพเขาได้อย่างไร?
    พ่อแม่ควรดำเนินชีวิตไปกับลูกด้วยการให้ความเคารพลูก  พร้อมๆกับการปลูกฝังระเบียบวินัยที่มุ่งสอนเด็กให้รู้จักควบคุมตัวเอง (self-control) และมีความรับผิดชอบ
  
 



       
 

การสร้างระเบียบวินัยแบบผิดๆที่มักส่งผลลบต่อเด็ก
• ทำให้เด็กขายหน้า
• ทำให้อับอาย
• ลงโทษด้วยการตีเด็ก
• เอาของรักไปจากเด็ก
• ลงโทษด้วยการทำร้ายจิตใจเด็ก
• ใช้อำนาจเอาชนะเด็ก
• ให้รางวัลพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
• ล้มเลิกคำสั่งที่ไม่เป็นผล
• ปล่อยให้เด็กออกคำสั่งผู้ใหญ่
• พูดในสิ่งที่คุณไม่คิดที่จะทำ
• คาดหวังว่าเด็กจะอ่านใจคุณได้
• เฉยเมยต่อพฤติกรรมที่เป็นอันตราย ก่อให้เกิดความเสียหาย
   หรือขายหน้า
• ออกคำสั่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า
• ขอร้องเด็กให้ทำตาม
• ออกคำสั่ง
• อ้อนวอนหรือยื้อ (nagging)
• กำปั้นทุบดิน (labeling)
• โต้เถียง
• ข่มขู่
• พูดจาคลุมเครือ
• พูดด้วยความฉุนเฉียว
• ไม่คงเส้นคงวา
• ควบคุมอารมณ์ไม่ได้
• ชอบทำให้เด็กรู้สึกผิด

 
       
 

วิธีสร้างระเบียบวินัยที่ได้ผล
• ทำตามคำพูดที่คุณให้ไว้กับเด็ก
• พ่อแม่ทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดี
• บอกว่าคุณคาดหวังอะไรจากลูก ก่อนที่เขาจะลงมือทำสิ่งที่ไม่    เหมาะสม
• ให้รางวัลความประพฤติที่ดี และเมินเฉยต่อความประพฤติที่ไม่ เหมาะสม (ยกเว้นความประพฤติที่เป็นอันตราย ก่อให้เกิดความเสียหาย หรือทำให้ขายหน้า)
• ให้เด็กเห็นผลลัพธ์ของการกระทำที่ไม่เหมาะสมทันทีที่เด็กลงมือทำ
• ใช้คำพูดว่า “ถ้าลูกทำตามที่แม่บอก แม่ก็จะให้ตามที่ลูกขอ”
(If you have… then you may.”)
• พาตัวเด็กออกมาจากสถานการณ์ที่ทำให้เขาอึดอัด
• ปฏิบัติตัวคงเส้นคงวา
• หนักแน่นแต่ใจดี  และยุติธรรม
• เสนอทางเลือกให้เด็ก  ซึ่งคุณต้องรับได้ไม่ว่าเด็กจะเลือกทางไหนก็ตาม (เช่นจะให้แม่จูงมือซ้ายหรือมือขวา?)
• ทำให้เด็กรู้สึกว่ามีคุณค่า  เป็นที่ชื่นชอบ
• ใช้คำพูดว่า “เมื่อลูกทำ.... เสร็จแล้ว แม่ก็จะให้ตามที่ลูกขอ” (When you have… then you may.”)
• ถ้าลูกใช้มันผิดทาง  ลูกก็จะเสียมันไป
• ชี้นำความประพฤติที่ไม่เหมาะสม  เปิดโอกาสให้แก้ตัว
• ให้คำแนะนำเด็กถึงวิธีปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง  กรณีที่พบพฤติกรรมที่เด็กไม่เคยทำมาก่อน

 
       
  การหยุดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในห้องเรียน
    เมื่อเด็กทำผิดกฎด้วยพฤติกรรมที่คุณครูยอมรับไม่ได้ คุณครูต้องมีระบบการจัดการที่ทุกคนในห้องเรียนเข้าใจตรงกัน ระบบที่ว่านี้ต้องสามารถรับมือกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในรูปแบบที่ “ไม่ยุยงส่งเสริม” หากทำได้คุณครูควรจัดให้มีมุมส่วนตัวในห้องเรียนเพื่อให้เด็กที่ทำความผิดได้อยู่ตามลำพัง ได้ทบทวนสิ่งที่เขาทำลงไป และกลับตัวใหม่  

    เมื่อเด็กทำผิด คุณครูอาจให้ใบเตือนเหมือนผู้ตัดสินฟุตบอล

ใบเหลือง หมายถึงตักเตือน เมื่อเด็กสำนึกผิดแล้วอนุญาตให้กลับมาร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆได้
ใบเขียว หมายถึงอนุญาตให้กลับมาร่วมกิจกรรมได้
ใบฟ้า หมายถึงให้เด็กเขียนสิ่งที่เขาได้กระทำลงไป แล้วระบุว่าจะทำอย่างไรเพื่อที่จะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น
ใบแดง หมายถึงให้เด็กออกไปจากห้องเรียน (ชั่วคราว)
 
       
  แบบฝึกหัด : เมื่อคุณพ่อคุณแม่พาลูกไปจ่ายกับข้าว
• ซ้อมบทที่บ้านก่อนว่า เมื่อไปถึงซุปเปอร์มาร์เก็ตแล้วลูกควรทำตัวอย่างไร
• ตกลงกติกาก่อนเดินเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ต
• เตรียมขนมหรือของทานเล่นมาจากบ้าน เพื่อให้ลูกทานขณะเดินจ่ายกับข้าว
• เตรียมหนังสือมาให้ลูกอ่าน
• สำหรับเด็กเล็กควรนำของที่เด็กชอบติดตัวไปด้วยเช่นตุ๊กตาหรือผ้าห่ม เพื่อให้เขารู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคย
• มอบหมายงานให้ลูกรับผิดชอบ เช่นหาของตามรายการจ่ายกับข้าวที่จดมา
• ใช้ “รหัสลับ” หรือส่งสัญญาณมือ เมื่อลูกต้องการเรียกความสนใจจากพ่อแม่ (อย่าตะโกน)
• อย่าละสายตาจากลูก
• ชื่นชมเด็กคนอื่นที่ประพฤติตัวดี
• ซื้อของไป ร้องเพลงไป
• หาเกมเล่นกับลูกขณะช้อปปิ้ง เช่นมองดูรองเท้าที่คนใส่เดินไปมาในซูปเปอร์มาร์เก็ต แล้วนับเฉพาะรองเท้าผ้าใบว่ามีกี่คู่
• ไม่ควรนำเด็กไปจ่ายกับข้าวขณะที่เขากำลังหิวหรือเหนื่อย
• เมื่อลูกเริ่มทำกิริยาที่ไม่เหมาะสม คุณต้องบอกให้เขาหยุดทันที
• ทำท่าไม่สนใจหากลูกโยเยหรือร้องขอซื้อของที่ไม่จำเป็น ยกเว้นถ้าสิ่งที่ลูกทำอยู่อาจก่อให้เกิดอันตราย สร้างความเสียหาย หรือรบกวนคนอื่น คุณต้องบอกให้เขาหยุด
• หากลูกแสดงกิริยาไม่เหมาะสม ควรพาไปหาที่คุยตามลำพัง
• อย่าตามใจลูก อย่าซื้อของให้ลูกทั้งๆที่เขาทำตัวไม่เหมาะสม  อย่าซื้อของเพื่อติดสินบนให้เขาเงียบ !
• หากลูกดื้อ บอกเขาว่าครั้งต่อไปเขาจะไม่ได้มาจ่ายกับข้าวกับคุณอีก แล้วคุณก็ต้องทำตามนั้นจริงๆ
• ถ้าลูกของคุณอายุ 10 ปีขึ้นไป สอนให้เขาเปรียบเทียบราคาสินค้าก่อนซื้อ
• ถามลูกว่าผัก / ผลไม้ชนิดนี้เรียกว่าอะไร ให้เขาหาคำตอบจากป้าย
• ถ้าลูกอยากซื้อนมหรือขนม ให้เขาบอกยี่ห้อที่ชอบ บอกด้วยว่ามันต่างจากยี่ห้ออื่นอย่างไร เด็กอาจตอบว่าต่างกันที่สี ขนาด หรือรูปทรง ถ้าเขาเคยชิมแล้วอาจบอกคุณว่ายี่ห้อไหนอร่อยกว่า คุณก็ควรสอนให้เขาตรวจดูราคาสินค้าว่ายี่ห้อไหนแพงกว่า ถูกกว่า เพราะอะไร ก่อนซื้อควรถามลูกเพื่อให้เขาฝึกใช้ความคิดว่า ของที่เขาอยากได้นั้นมีประโยชน์อย่างไร ควรซื้อไหม ถ้าคุณเห็นด้วยว่าควรซื้อทำไมคุณจึงแนะนำให้เขาซื้อยี่ห้อนั้น ทั้งหมดนี้เป็นการสอนลูกให้เป็นผู้ซื้ออย่างมีเหตุผล  
• ทำให้ลูกรู้สึกว่าการได้ไปจ่ายกับข้าวกับคุณนั้นเป็น “กิจกรรมพิเศษ” หากคุณและเขาสนุกร่วมกัน ครั้งต่อไปเขาจะอยากมากับคุณอีก

    ถ้าคุณสามารถทำตามรายการข้างบน เท่ากับว่าคุณเริ่มฝึกวินัยลูกแบบให้ความเคารพลูก ทั้งยังช่วยให้เขารู้จักเคารพตัวเองและใช้เหตุผลในการซื้อของ ไม่ตกเป็นทาสของ
อารมณ์ความอยาก !!
 





 

 

       
  วิธีทำให้ลูกเคารพตนเอง
1) แสดงให้ลูกรู้ว่าคุณชอบเขาด้วยการยิ้ม กอด และคุยกับเขาเชิงบวก
2) อ่านหนังสือด้วยกัน
3) ชื่นชมพฤติกรรมที่แสดงความรับผิดชอบ
4) ส่งเสริมลูกให้คุ้นเคยกับความรับผิดชอบ โดยให้เขาทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จเช่น ทำการบ้าน
5) แบ่งเวลาให้ลูกแต่ละคนเป็นการส่วนตัว
6) ช่วยฝึกลูกเรื่องการจัดเก็บสิ่งของ โดยจัดพื้นที่ให้เขาสำหรับเก็บของเล่น หนังสือ และงานที่ทำจากโรงเรียน
7) ช่วยลูกค้นหาความสามารถพิเศษ โดยชวนให้เขาเล่นกีฬาประเภทต่างๆ เล่นดนตรี เต้นรำ และการแสดง  ฯลฯ
8) ส่งเสริมให้ลูกมีเวลาส่วนตัวและเป็นอิสระจากพ่อแม่
9) พ่อแม่ควรแนะนำตัวกับคุณครู และบอกให้คุณครูทราบว่าคุณกำลังใช้วิธีสร้างวินัยเชิงบวกกับลูก
10) อย่าตะโกนใส่ลูกในที่สาธารณะเพราะจะทำให้เด็กขายหน้า
11) เปิดโอกาสให้ลูกแสดงความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง
12) ตั้งใจฟังและมองตาลูกขณะที่เขากำลังพูดกับคุณ
13) อย่าคาดหวังลูกไว้สูง ลูกอาจล้มเลิกความพยายามเพราะกลัวความผิดหวัง
14) กระตุ้นลูกให้ภูมิใจในชื่อของเขา ในความคิดและงานของเขา
15) บอกลูกว่า คุณรับรู้ถึงความพยายามของเขาในการทำงานชิ้นนั้นๆ ถึงแม้ผลของงานจะยังไม่ถึงระดับที่คุณคาดหวังไว้ก็ตาม
16) พยายามตอบคำถามลูกทันที อย่างเปิดเผย และตรงไปตรงมา
17) พาลูกไปทำธุระด้วย เปิดโอกาสให้เขามีส่วนร่วมคิดและหาคำตอบ / หาทางเลือกที่เหมาะสม
18) ทำแฟ้มรวบรวมกิจกรรมต่างๆที่ลูกของคุณมีส่วนร่วม
19) ชี้ให้ลูกเห็นถึงความรับผิดชอบที่เขามี และบอกลูกว่าคุณภูมิใจในตัวเขา
20) อย่านำลูกคนหนึ่งไปเปรียบเทียบกับลูกอีกคนหนึ่ง

วิธีส่งเสริมลูกให้เติบโตเชิงบวก
1) แสดงให้ลูกเห็นว่าคุณชอบเขา
2) เป็นตัวอย่างที่ดีในการอยากรู้อยากเห็นเรื่องราวที่เป็นสาระ
3) ให้รางวัลเมื่อลูกแสดงความรับผิดชอบ รวมถึงงานที่เขาทำจนเสร็จ
4) ส่งเสริมให้ลูกรู้จักทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จ ตั้งแต่อายุเล็กๆ
5) แบ่งเวลาในแต่ละวันให้ลูกๆแต่ละคน  
6) ฝึกลูกให้มีทักษะการจัดเก็บสิ่งของ ตั้งแต่อายุเล็กๆ
7) ช่วยลูกค้นหาพรสวรรค์หรือความสามารถพิเศษ
8) ทำงานร่วมกับคุณครู
9) ส่งเสริมลูกให้เติบโตอย่างอิสระและเป็นตัวของตัวเอง
สามารถพึ่ง
ตัวเองได้
 



  วิธีแก้ปัญหา 6 ขั้น
1) ระบุปัญหา
2) ช่วยกันคิดเพื่อหาทางเลือก
3) เลือกคำตอบที่ทำได้จริง
4) ลงมือปฏิบัติ
5) ทบทวนแผนงานที่วางไว้
6) ถ้ายังทำไม่สำเร็จ  ให้เริ่มต้นใหม่


เกี่ยวกับผู้เขียน
Katharine C. Kersey เป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย และเป็นคณบดีภาควิชาศึกษาเด็กและการศึกษาพิเศษ (Department of Child Studies and Special Education)  มหาวิทยาลัยโอลด์โดมิเนี่ยน (Old Dominion University) มลรัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา แคทธารีนเขียนคอลัมน์ครอบครัวรายสัปดาห์เป็นประจำใน The Virginian-Pilot และ Roanoke Times ทั้งสองฉบับเป็นหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในมลรัฐเวอร์จิเนีย นอกจากนี้เธอยังเป็นผู้แต่งหนังสือชื่อ The Art of Sensitive parenting and Helping Your Child Handle Stress
 
       
       
       
       
       

 
อ่านทั้งหมด 297 ครั้ง
แสดงความคิดเห็น ( 0 )
ปรับปรุงล่าสุด 7 กรกฎาคม 2553
 



เกาะกระแสฟุตบอลโลก 2010 ด้วยคำถามลับสมองกับลูกๆ ทั้งสนุกและได้ความรู้

   
  คำถามสนุก ฟุตบอลโลก 2010

1) การแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้รอบสุดท้าย มีประเทศเข้าแข่งขันทั้งหมดกี่ทีม?
    ตอบ : 32 ทีม
   
 

2) จำนวน 32 ทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย มีประเทศอะไรบ้าง?
    ตอบ : โซนเอเชีย 5 ประเทศ : ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น เกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้
        
    ทวีปแอฟริกา 6 ประเทศ : แอลจีเรีย คาเมรูน ไอวอรี่โคสต์ กาน่า ไนจีเรีย และแอฟริกาใต้
    ทวีปยุโรป 13 ประเทศ :
เดนมาร์ค อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน กรีซ อิตาลี เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส
    เซอร์เบีย สโลวาเกีย สโลเวเนีย สเปน และสวิสเซอร์แลนด์
    ทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกากลาง 3 ประเทศ : อเมริกา ฮอนดูรัส และเม็กซิโก
    ทวีปอเมริกาใต้ 5 ประเทศ : อาเยนติน่า บราซิล ชิลี ปารากวัย และอุรุกวัย

   
  3) โชว์แผนที่โลกแล้วถามลูกว่าประเทศนั้นอยู่ตรงไหน เลือกถามสัก 8-10 ประเทศกระจายไปตามทวีปต่างๆ


   
  4) ประเทศแอฟริกาใต้ (South Africa) อยู่ที่ไหน?
    ตอบ : อยู่ปลายล่างสุดของทวีปแอฟริกา
   
  5) สัญลักษณ์ของฟุตบอลโลก 2010 คืออะไร?
    ตอบ : เสือดาว ชื่อ Zakumi

   
   
  6) ในภาพนี้เป็นธงของประเทศใด? (เปลี่ยนธงถามไปเรื่อยๆ)



  7) ธงชาติของประเทศแอฟริกาใต้มีกี่สี อะไรบ้าง?
    ตอบ : เหลือง เขียว ขาว น้ำเงิน แดง และดำ

   
 
  8) ธงชาติของประเทศฝรั่งเศสคือสีอะไร?
    ตอบ : น้ำเงิน ขาว และแดง

   
   
  9) ธงชาติของประเทศเยอรมันมีสีอะไรบ้าง?
    ตอบ : ดำ แดง และเหลือง

   
   
  10) ธงชาติของประเทศอเมริกามีลักษณะอย่างไร?
     ตอบ : มีดาวสีขาว 50 ดวงอยู่บนพื้นสี่เหลี่ยมสีน้ำเงินมุมบนซ้าย ผืนธงเป็นเส้นแถบสีแดงสลับขาว ทั้งหมด 13 เส้น

   
   
  11) ธงชาติของประเทศอังกฤษมีลักษณะอย่างไร?
     ตอบ : เป็นเครื่องหมายบวกสีแดงบนพื้นขาว

   
   
  12) ธงชาติของประเทศออสเตรเลียมีลักษณะคล้ายธงชาติของประเทศใด?
     ตอบ : นิวซีแลนด์ ธงของสองประเทศใช้สัญลักษณ์เดียวกันคือธงชาติอังกฤษอยู่มุมบนซ้าย
     และมีดาวกระจายอยู่บนพื้นธงสีน้ำเงิน ธงออสเตรเลียมี 6 ดาวสีขาว ส่วนธงนิวซีแลนด์มี 4 ดาวสีแดง


      
     ธงชาติออสเตรเลีย                ธงชาตินิวซีแลนด์
   
  13) ธงชาติประเทศใดที่ใช้เครื่องหมายบวกคล้ายธงชาติอังกฤษ?
     ตอบ : ธงชาติสวิสเซอร์แลนด์ เป็นเครื่องหมายบวกสีขาวบนพื้นสีแดง

   
  14) ประเทศใดครองแชมป์ฟุตบอลโลกมากที่สุด?
      ตอบ : บราซิล เป็นแชมป์ทั้งหมด 5 สมัย รองลงมาคืออิตาลี ได้ครองแชมป์ 4 สมัย
   
 

15) ใครคือนักเตะที่อายุน้อยที่สุดในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010?
     ตอบ : Christian Eriksen จากประเทศเดนมาร์ค เขาเกิดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 1992 ปัจจุบันอายุ 18 ปี


    

   
  16) ใครคือนักเตะอายุมากที่สุด?
      ตอบ : David James ตำแหน่งผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษ เกิดวันที่ 1 สิงหาคม 1970 ปัจจุบันอายุ 39 ปี

    
   
 

17) ใครคือนักฟุตบอลที่ได้ค่าตัวสูงที่สุดในโลก?
      ตอบ : David Beckham ศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษ ในปี 2009 ทีมสโมสร Los Angeles Galaxy ของอเมริกาจ่าย
      ค่าตัว David เป็นเงิน 32 ล้านเหรียญยูโร หรือประมาณ 1,276,800,000 บาท (1 ยูโร = 39.90 บาท)


    

   
 

     

18) นักฟุตบอลในภาพนี้คือใคร?
      ตอบ : Cristiano Ronaldo ตำแหน่งศูนย์หน้า ทีมชาติโปรตุเกส อายุ 25 ปี เล่นฟุตบอลอาชีพสังกัดทีมสโมสร
      Real Madrid ประเทศสเปน ค่าตัว 18 ล้านเหรียญยูโรต่อปีหรือประมาณ 718,200,000 บาท

   
      

19) นักฟุตบอลในภาพนี้คือใคร?
      ตอบ : Ricardo Kaka ตำแหน่งกองกลาง ทีมชาติบราซิล อายุ 28 ปี เล่นฟุตบอลอาชีพสังกัดทีมสโมสร
      Real Madrid ประเทศสเปน ค่าตัว 14 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปีหรือประมาณ 453,600,000 บาท
(1 USD = 32.40 
      บาท)
   
      

20) นักฟุตบอลในภาพนี้คือใคร?
     ตอบ : Tsepo Masilela ตำแหน่งกองหลัง ทีมชาติแอฟริกาใต้ อายุ 25 ปี เล่นฟุตบอลอาชีพสังกัดทีมสโมสร   
     Maccabi Haifa ประเทศอิสราเอล

   
 

    

21) นักฟุตบอลในภาพนี้คือใคร?
     ตอบ : Lionel Messi ตำแหน่งศูนย์หน้า ทีมชาติอาเยนติน่า อายุ 23 ปี เล่นฟุตบอลอาชีพสังกัดทีมสโมสร    
     Barcelona ประเทศสเปน ค่าตัว 28 ล้านเหรียญยูโรต่อปี หรือ 1,117,200,000 บาท (1 ยูโร = 39.90 บาท)

   
      

22) นักฟุตบอลในภาพนี้คือใคร?
       ตอบ : Fernando Torres ตำแหน่งศูนย์หน้า ทีมชาติสเปน อายุ 26 ปี เล่นฟุตบอลอาชีพสังกัดทีมสโมสร  
      Liverpool ประเทศอังกฤษ
   
 



23) ยูนิฟอร์มในภาพนี้เป็นของทีมชาติใด?
       ตอบ : อาเยนติน่า

   
      

24) ยูนิฟอร์มในภาพนี้เป็นของทีมชาติใด?
       ตอบ :
อังกฤษ

   
 

25) ยูนิฟอร์มในภาพนี้เป็นของทีมชาติใด?
       ตอบ :
บราซิล

   
   
     

26) ยูนิฟอร์มในภาพนี้เป็นของทีมชาติใด?
       ตอบ :
เยอรมัน
   
   
   
   

27) ยูนิฟอร์มในภาพนี้เป็นของทีมชาติใด?
       ตอบ :
ญี่ปุ่น
   
   
   
 

28) ยูนิฟอร์มในภาพนี้เป็นของทีมชาติใด?
       ตอบ :
อเมริกา
   
   
   
      

29) ลูกฟุตบอลที่ใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 มีชื่อเรียกว่าอะไร?
     ตอบ : จาบูลานี่ (Jabulani) เป็นภาษาอิซิซูลู (Isizulu) แปลว่า การเฉลิมฉลอง ออกแบบและผลิตโดยบริษัทอาดิดาส
   
   
  30) ทีมฟุตบอล 1 ทีมใช้ผู้เล่นกี่คน? ประกอบด้วยตำแหน่งอะไรบ้าง?
   
   
      

                    แผนการเล่นแบบ 4-4-2                                   แผนการเล่นแบบ 3-4-3

31) ทีมฟุตบอลวางแผนการเล่นระบบ 4-4-2 หมายความว่าอย่างไร?

       ตอบ : วางตัวผู้เล่นกองหลัง 4 คน กองกลาง 4 คน และกองหน้า 2 คน
   
   
      

32) ทำไมผู้เล่นบางคนได้ใบเหลือง?

       ตอบ : กรรมการฟุตบอลใช้ใบเหลืองเป็นเครื่องมือตักเตือนเมื่อผู้เล่นทำผิดกติกาเช่น ดึงแขน เสื้อ หรือกางเกงของผู้เล่น
      คนอื่น ขัดขวางผู้เล่นคนอื่นไม่ให้วิ่งไปถึงลูกบอลด้วยการใช้ลำตัว แขน ขา หรือเท้า วิ่งเข้าชนหรือทำให้ล้ม เตะบอลสูง
      ระดับหัวซึ่งถือว่าเป็นอันตราย ฯลฯ เมื่อผู้เล่นทำฟาวล์ครั้งแรกผู้ตัดสินมักตักเตือนด้วยวาจาหรือให้ใบเหลือง ขึ้นอยู่กับ 
      ระดับความรุนแรงของการทำฟาวล์
   
   
       

33) ทำไมผู้เล่นบางคนได้ใบแดง?

       ตอบ : เมื่อผู้เล่นทำฟาวล์ (foul) หรือทำผิดกติกา ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดหยุดการเล่นชั่วคราว เรียกนักเตะผู้นั้นมาหา 
     แล้วชูใบแดงขึ้น หมายความว่าผู้ตัดสินเห็นควรให้ผู้เล่นคนนั้นออกจากสนามแข่ง

     ผู้ตัดสินสามารถให้ใบแดงทันที (ข้ามใบเหลืองไปเลย) ในกรณีที่ผู้เล่นทำผิดกติกาขั้นรุนแรงเช่น วิ่งเข้าชาร์จผู้เล่นคนอื่น
     จนได้รับบาดเจ็บ หรือโกรธถึงขั้นตะโกนด่าคนอื่น ผู้เล่นบางคนเคยถูกตักเตือนมาแล้วก่อนหน้านี้ (เคยได้ใบเหลืองไป
     แล้ว) แต่ยังทำผิดอีกก็จะได้รับใบแดง

     ผู้เล่นที่ถูกให้ใบแดงต้องออกจากสนามทันที และผู้เล่นคนอื่นไม่สามารถลงมาเล่นแทนได้ 
   
   
  33) แมชท์ที่มีการยิงประตูมากที่สุดในฟุตบอลโลก 2010 รอบ 32 ทีมคือแมชท์ไหน? กี่ประตู?
       ตอบ : โปรตุเกสกับเหาหลีเหนือ แข่งเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2553 โปรตุเกสยิงเกาหลีเหนือทั้งหมด 7 ประตู
   
   
      

34) เครื่องเป่าที่ส่งเสียงดังในกองเชียร์ฟุตบอลโลกครั้งนี้ มีชื่อเรียกว่าอะไร?

       ตอบ : วูวูเซล่า (Vuvuzela)
   
   
  35) การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งต่อไปจะจัดขึ้นในปีใด? ที่ประเทศใด?
      ตอบ : ปี 2014 ประเทศบราซิลได้เป็นเจ้าภาพ
   
 

 
อ่านทั้งหมด 1748 ครั้ง
แสดงความคิดเห็น ( 4 )
ปรับปรุงล่าสุด 24 มิถุนายน 2553
 

รายการ 5 - 6 จากทั้งหมด 28 รายการ
1  |  2  |  3 |  4  |  5  |  6  |  7  |  8  |