กลับหน้าแรก อ่านประวัติ ขอเป็นเพื่อน ตั้งเป็นหน้าแรก เขียนบล็อก เมนูสมาชิก
 
bangkoksweet
Blogger Profile
ดูทั้งหมด | ความคิดเห็น
ปรับปรุงล่าสุด 2012-01-13 16:18:31
 
หมวดหมู่
อาหารการกิน หมวดทั่วไป
 
บทความล่าสุด
ทำไมต้องจัดงานวันเด็ก วันเด็กปีนี้ พาลูกไปเที่ยวไหนดี บล็อกนี้มีคำตอบครับ ฟุตบอลโลก 2010 สนับสนุนการศึกษาเพื่อเด็กด้อยโอกาส เทียนศักดิ์สิทธิ์ คู่มือรับแผ่นดินไหว ฉบับย่อ ทำสิ่งใดไว้ สิ่งนั้นจะเวียนกลับมาหาเรา ปีใหม่แล้ว อยากเปลี่ยนอะไรมากที่สุด? Countdown 2011 นับถอยหลังที่ไหนดี? สานรักขอแนะนำจุดเคาท์ดาวน์สุดยิ่งใหญ่ทั่วประเทศ จากเชียงใหม่ถึงภูเก็ต จากพัทยาถึงสกลนคร สายด่วนแจ้งภัยน้ำท่วม SMS บริจาคเงิน หรือโอนเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม เบอร์โทรศัพท์และเลขบัญชีธนาคาร ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่อิสาน กินเจที่ไหนดี ถึงแม้ปีนี้ราคาพืชผักจะสูงขึ้น แต่คนไทยก็ยังนิยมกินเจเป็นจำนวนมาก หลายแห่งจัดเทศกาลกินเจอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ภัยออนไลน์ใกล้ตัวลูก คุณรู้หรือไม่ว่าทุกครั้งที่ลูกของคุณเข้าเน็ต เขากำลังเสี่ยงภัยไม่น้อยไปกว่าการเที่ยวนอกบ้าน! เตือนปิดเทอมยอดเด็กหายพุ่ง เหตุเพราะถูกล่อลวง ลักพาตัว หรือสมัครใจ พ่อแม่ต้องสอดส่องลูกเวลาแช้ททางอินเตอร์เน็ต หรือ SMS ทางมือถือ ช่างกลตีกัน พ่อแม่อยู่ไหน? ลูกชายคนหนึ่ง... เขียนถึงแม่ ดูทั้งหมด
อัลบั้ั้มภาพล่าสุด

คุณแม่คือฮีโร่ของผมครับ เพราะแม่ขยัน อดทน ใจดี มีอารมณ์ขัน ที่สำคัญคือแม่เข้าใจผมเสมอ


ไปเที่ยวเขาใหญ่ ฝนตกทั้งวัน แม่และลูกสาวกอดกันตัวกลมบ่นว่าหนาว...


ไปทานข้าวกลางวันกับคุณปู่คุณย่า


เวียนเทียนที่วัดช่องนนทรี วันลอยกระทง ๒๕๕๒


สาวน้อยนักเซิ้ง อายุเพียง 4 ขวบ

ดูทั้งหมด
 
รายชื่อเพื่อน
 
 
 
เว็บสานรัก | บล็อก | บล็อกของ bangkoksweet



   
 
   
 

เตือนปิดเทอมเด็กหายพุ่ง-แฉแชทผ่าน SMS ระบาดใต้โต๊ะในห้องเรียน-คลอดคู่มือติดตามคนหาย...

เขียนโดยคุณ Nanz


ศูนย์ข้อมูลคนหาย เพื่อการต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา คณะผู้วิจัยจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมแถลงข่าวเปิดตัว “คู่มือติดตามคนหายเล่มแรกในประเทศไทย กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของประเทศ” โดยนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ประธานมูลนิธิกระจกเงากล่าวว่า บริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาส่งผลให้แนวโน้มคนหายมีเพิ่มมากขึ้น และไม่ใช่เป็นหน้าที่เฉพาะภาครัฐและเอ็นจีโอที่จะติดตามแก้ปัญหา แต่กุญแจสำคัญคือครอบครัวเป็นตัวละครหลักในการติดตาม และทุกช่วงปิดภาคเรียนจะพบปัญหาเด็กหายค่อนข้างสูง ด้วยปัจจัยจากแรงกดดันภายในครอบครัว และปัจจัยภายนอกโดยเฉพาะโลกไซเบอร์ที่กระตุกเด็กให้ออกจากบ้าน

น.ส.ธิติ มา หมีปาน หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา กล่าวว่า สถิติที่ศูนย์ได้รับแจ้งถึงคนหายผ่านทางโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต เฉลี่ยวันละ 10-15 ราย โดย 80% สามารถติดตามกลับมาได้ โดย 1% ที่ติดตามมาเสียชีวิต และคนที่หายส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงในช่วงอายุ11-15 ปี ทั้งหายออกจากบ้านด้วยความสมัครใจและถูกล่อลวงผ่านการแชททางอินเทอร์เน็ต ไฮไฟว์ เฟสบุ๊ค รวมถึง SMS ซึ่งมีบริการจากเครือข่ายโทรศัพท์มือถือรายหนึ่งที่เปิดให้สมัครสมาชิกเพื่อแชทผ่าน SMS ซึ่งกำลังได้รับความสนใจในหมู่เด็กเพราะสามารถแชทใต้โต๊ะในห้องเรียนได้ และวิธีการดังกล่าวเคยมีกรณีที่เด็กถูกล่อลวงหายตัวไป อย่างไรก็ตาม คู่มือติดตามคนหายจะเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวเพื่อรับทราบข้อมูลเบื้องต้นในการติดตามและการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งเป็นประโยชน์ต่อตำรวจในการเรียนรู้วิธีการติดตาม ซึ่งผู้สนใจสามารถขอรับได้ฟรีที่มูลนิธิกระจกเงา โทร.0-2941-4194 ต่อ 104 และ 08-1987-0757

(ขณะนี้คู่มือข้อมูลติดตามคนหายได้ถูกแจกไปหมดแล้ว ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.backtohome.org)

ด้าน รศ.พ.ต.อ.หญิง พัชรา สินลอยมา หัวหน้าคณะวิจัยคู่มือติดตามคนหาย จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจกล่าวว่า สาเหตุคนหายไม่ใช่เฉพาะถูกล่อลวง ลักพาตัว สมัครใจ แต่กลายเป็นมาฆกรรมด้วย รวมถึงอาจเกี่ยวโยงถึงคดีต่างๆ ดังนั้นตำรวจจึงต้องให้ความสนใจกับปัญหาคนหายให้มากขึ้น

เขียนโดยคุณ Nanz
http://www.classifiedthai.com/content.php?article=16403

   
   



 
อ่านทั้งหมด 1098 ครั้ง
แสดงความคิดเห็น ( 3 )
ปรับปรุงล่าสุด 21 กันยายน 2553
 



   
 
   
   
ช่างกลตีกัน พ่อแม่อยู่ไหน?  
   

1 

ข่าวนักเรียนช่างกลใช้ปืนยิงคู่อริบนรถเมล์สาย 113 แต่กระสุนพลาดไปถูกเด็กนักเรียนชั้นประถมอายุเพียง 9 ขวบเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมานั้น กลายเป็นข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์หลายฉบับช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา


    - เร่งเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับตัวมือปืน (จับได้แล้ว)

    - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการขู่จะปิดโรงเรียนช่างกลที่นักเรียนก่อเหตุวิวาท

    - ผู้ว่ากรุงเทพมหานครเรียกร้องรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหานักเรียนทะเลาะวิวาทให้สำเร็จ

    - กระทรวงศึกษาธิการและผู้บริหารสถานศึกษาดูแลนักเรียนไม่ทั่วถึง

    - ฯลฯ 


ผมแปลกใจมากตรงที่ว่า ไม่มีสื่อมวลชนฉบับใดทำข่าวพ่อแม่ของนักเรียนช่างกลที่เป็นมือปืน  ฤาจะเป็นการบอกให้สังคมรู้ว่า ถ้าลูกของคุณอายุ 16 ปี (เท่ากับมือปืนคนนี้)  ยิงคนอื่นตาย
พ่อแม่ไม่ต้องรับผิดชอบการกระทำของลูก
!?


ในประเทศอเมริกา ทุกรัฐมีกฎหมายกำหนดให้พ่อแม่รับผิดชอบต่อการกระทำของเด็ก จนกว่าเด็กจะมีอายุ 18 ปี


มาตรา 23 ในพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พศ. 2546 เขียนไว้กว้างๆว่า “…ผู้ปกครองต้องให้การอุปการะเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนและพัฒนาเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตนตามสมควรแก่ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมแห่งท้องถิ่น...”


อ่าน พรบ.คุ้มครองเด็ก พศ. 2546 ครบทุกมาตราแล้ว  สรุปว่าไม่ใช่กฎหมายที่เขียนขึ้นเพื่อลงโทษผู้ปกครอง แต่มีเจตนาสนับสนุนให้ผู้ปกครองเลี้ยงดูบุตรโดยไม่ขัดต่อประเพณีปฏิบัติอันดีงาม


ถึงตรงนี้ ผมสงสัยว่านักกฎหมายบ้านเรามองข้ามอะไรไปหรือเปล่าครับ? 

เด็กจะดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูของพ่อแม่ไม่ใช่หรือ? 

 

2

ทำไมจึงไม่มีกฎหมายคาดโทษผู้ปกครองที่ปล่อยให้ลูกซึ่งอายุยังไม่ถึง 18 ปีไปทำร้ายผู้อื่นจนเสียชีวิต ?


ลองคิดถึงความรู้สึกของแม่ที่ต้องสูญเสียลูกชายวัย 9 ขวบ  เพราะถูกกระสุนปืนจากนักเรียนช่างกลที่กำลังมีเรื่องทะเลาะวิวาท 


กว่าจะเลี้ยงลูกมาได้ถึงวัยนี้  พ่อแม่ต้องทุ่มเทใช้ความมานะอุตสาหะขนาดไหน? 

รัฐต้องสูญเสียทรัพยากรเพื่อสนับสนุนอนาคตของชาติคนนี้ไปเท่าไร นับจากวันที่เขาคลอด ทำสำมะโนประชากร ให้บริการตรวจสุขภาพและสาธารณสุข รวมถึงสวัสดิการด้านการศึกษา 


เมื่อเด็กเสียชีวิตลง และนักเรียนช่างกลตกเป็นจำเลยผู้กระทำผิด รัฐยังต้องเสียเงินเป็นค่าเลี้ยงดูผู้กระทำผิดในสถานพินิจเด็กและเยาวชน ประกอบด้วยค่าจ้างเจ้าหน้าที่สถานพินิจฯ ค่าจิตแพทย์ ค่าอาหาร ที่อยู่อาศัย ค่ากิจกรรมสันทนาการภายในค่ายฯ ค่าดูแลรักษาเมื่อเจ็บไข้ รวมถึงค่าเล่าเรียนเพื่อให้นักเรียนช่างกลคนนั้นยังคงได้รับการศึกษาอยู่ 


พ่อแม่ของเด็กช่างกลที่ชอบทะเลาะวิวาท  น่าจะมองเห็นแล้วนะครับว่าผลที่ตามมานั้นมีแต่ความสูญเสีย 


ที่แย่ที่สุดคือ ประเทศไทยต้องสูญเสียอนาคตของชาติไปถึง 2 คน คนหนึ่งคือเด็กประถมที่ถูกยิงเสียชีวิต อีกคนคือนักเรียนช่างกลที่เสียอนาคต


อันที่จริง ปัญหานักเรียนช่างกลก่อเหตุทะเลาะวิวาทมีมาตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก สมัยนายกรัฐมนตรีของเมืองไทยยังมียศเป็น “จอมพล” อย่างน้อยๆก็ 40 ปีกว่ามาแล้ว 


วันนี้ ถึงเวลาแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังแล้วหรือยัง?

 

3 

เราเคยศึกษากันอย่างจริงจังไหมครับว่า ทำไมนักเรียนช่างกลจึงชอบตีกัน?

เป็นไปได้ไหมว่า นักเรียนช่างกลที่ชอบทะเลาะวิวาทนั้น มีลักษณะคล้ายกันอย่างหนึ่งคือพ่อแม่ไม่เอาใจใส่ ปล่อยให้ลูกสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า หรือซิ่งมอเตอร์ไซด์ยามค่ำคืน

 

ถ้าใช่ ก็น่าจะคาดโทษพ่อแม่เหล่านั้นกันบ้างนะครับ 

 

เมื่อลูก (นักเรียนช่างกล) ทำผิดกฎหมาย ทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน พ่อแม่และลูกก็ต้องร่วมกันรับผิดชอบด้วยการทำงานส่งเงินเป็นค่าทำขวัญให้กับผู้เสียหาย เป็นจำนวน X บาท  หรือเป็นระยะเวลา X ปี  แล้วแต่ศาลจะตัดสิน

 

หรือทำงานบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ เช่นกวาดถนน ช่วยงานตำรวจจราจร หรือทำงานรถขยะในชุมชนที่ตนเองอาศัยอยู่  

 

หากความผิดที่กระทำนั้นรุนแรงถึงขั้นทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ผู้พิพากษาสามารถออกคำสั่งให้ลงบันทึกความผิดไว้ใน “ทะเบียนประวัติครอบครัว” ต่อไปในอนาคตเมื่อนักเรียนช่างกลผู้นั้นไปสมัครงานที่ไหน ประวัติความผิดที่เคยทำไว้ก็จะติดตามตัวไปตลอด รวมถึงพ่อแม่ด้วย !!


เข้าทำนอง "ปลาเน่าตัวเดียว เหม็นไปทั้งข้อง" 


เจตนาของผมไม่ได้จะซ้ำเติมผู้กระทำผิด แต่ต้องการชูประเด็นว่าพ่อแม่ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ลูกกระทำ ตราบที่ลูกยังเป็นเยาวชน (อายุยังไม่ถึง 18 ปี ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัว) ปัจจุบันกฎหมายไทยไม่มีบทลงโทษพ่อแม่ที่ละเลยความประพฤติของลูก ดังนั้นพ่อแม่ที่ไม่รับผิดชอบสิ่งที่ลูกทำ ก็ยังคงไม่รับผิดชอบอยู่เหมือนเดิม

 

นับจากวันที่เราเป็นพ่อคนแม่คน พ่อแม่ทุกคนมีหน้าที่เหมือนกันคืออบรมเลี้ยงดูลูก สอนให้ลูกเป็นคนดี และรับผิดชอบต่อสิ่งที่ลูกกระทำ

 

กฎหมายไทยต้องมีบทลงโทษผู้ปกครองที่ละเลยไม่ดูแลลูก ถ้าลูก (นักเรียนช่างกล) ยังทะเลาะวิวาทกันอีก พ่อแม่ก็ยังไม่ใส่ใจ สมควรที่สังคมจะตีตราครอบครัวนั้นว่าเป็น “ครอบครัวบกพร่อง” สมาชิกในครอบครัวนั้นอาจต้องใช้ชีวิตอยู่ภายในพื้นที่ที่รัฐกำหนด เพื่อไม่ให้ไปก่อความวุ่นวายกับผู้อื่น หรือจนกว่าความประพฤติของพวกเขาจะดีขึ้น

 

4 

พ่อแม่คือผู้ให้กำเนิดลูก เลี้ยงดูอบรมสั่งสอนคุณธรรมให้กับลูก 

ลูกจะเป็นคนดีหรือไม่ อยู่ที่การอบรมเลี้ยงดูของพ่อแม่

 

เมื่อลูกทำผิดขณะที่อายุยังไม่บรรลุนิติภาวะ พ่อแม่ก็ต้องรับผิดชอบความประพฤติของลูก   

ไม่ใช่ครู ไม่ใช่สถานศึกษา ไม่ใช่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ

 

คนเหล่านี้ รวมถึงเจ้าหน้าที่ในสถานพินิจเด็กและเยาวชน และจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านวัยรุ่น มีหน้าที่ “แก้ไข” ปัญหาเยาวชน

 

ผู้ที่จะสามารถ “ป้องกัน” ไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้น  คือพ่อและแม่นั่นแหละครับ !!

 

ถ้าพ่อแม่เอาใส่ใจดูแลลูก ทำกิจกรรมต่างๆกับลูกหลังเลิกงาน / เลิกเรียน ไม่ทิ้งลูกไว้กับเพื่อน เหล้า  บุหรี่ หรือก๊วนมอเตอร์ไซด์ พยายามชักชวนทำสิ่งที่สนุกและเป็นประโยชน์ต่อตัวเด็กเช่น เล่นดนตรี  กีฬา ศิลปะ ทำงานที่เขาชอบ งานจิตอาสา หรือปฏิบัติธรรมร่วมกัน เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้เด็กอ่อนโยน รักตัวเอง เห็นใจผู้อื่น ปัญหาเรื่องทะเลาะวิวาทก็จะเบาบางลง

 

นี่ไม่ใช่คำขอร้อง  แต่คือสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนพึงกระทำเพื่อส่วนรวม !! 

 

 
   
   



 
อ่านทั้งหมด 2005 ครั้ง
แสดงความคิดเห็น ( 16 )
ปรับปรุงล่าสุด 7 กันยายน 2553
 

รายการ 13 - 14 จากทั้งหมด 39 รายการ
2  |  3  |  4  |  5  |  6  |  7 |  8  |  9  |  10  |  11  |  12  |